VIU

รีวิวซีรีส์ The Light In Your Eyes การเดินทางของวันวานและความรัก

รีวิวซีรีส์ The Light In Your Eyes การเดินทางของวันวานและความรัก

เรื่องย่อซีรีส์ The Light In Your Eyes เรื่องราวของ คิมฮเยจา สาวสวยวัย 25 ปีที่ตอนสมัยยังเด็กเธอพบนาฬิกาวิเศษที่สามารถทำให้เธอย้อนเวลาได้หากแต่การย้อนเวลาในแต่ละครั้งต้องแลกมากับอายุที่เพิ่มขึ้นของเธอวันหนึ่งพ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทำให้เธอพยายามย้อนเวลาเพื่อกลับไปช่วยพ่อแต่เพราะเธอย้อนเวลาหลายครั้งเกินไปทำให้เมื่อเธอสามารถช่วยชีวิตพ่อเอาไว้ได้เธอกลับตื่นมาพบว่าตัวเองกลายเป็นคุณยาย คิมฮเยจา ในวัย 70 ปี ทำให้เธอสูญเสียชีวิตในวัยสาวและความฝันที่จะได้เป็นผู้ประกาศข่าวไปหมดสิ้น แต่แล้วเธอได้มาพบกับ อีจุนฮา เด็กหนุ่มที่ใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่มีเป้าหมายในชีวิตเดิมทีเขามีความฝันอยากเป็นผู้ประกาศข่าวแต่เมื่อคุณย่าจากไปโลกของเขาก็พังทลายเมื่อเขาได้พบกับคุณยายคิมฮเยจา ทั้งคู่ต่างได้เรียนรู้ความสำคัญและความหมายที่แท้จริงของคำว่า เวลา และ ความรักเมื่อหมดสิ้นหนทาง คิมฮเยจา ในร่างหญิงชราคุณยาย คิมฮเยจา ที่ไม่น่าจะใช่ความบังเอิญที่ใช้ชื่อนี้จึงทิ้งนาฬิกาไป และหมดหวังที่จะกลับมาเป็นหญิงสาวอีกครั้งและเรื่องก็เดินไปในทางชวนขันเมื่อหญิงสาวอยู่ในร่างคนชราหรือหญิงชราหัวใจสาวแต่กระนั้นนั่นคือการใส่หีบห่อที่ดูเป็นงานเบาสมอง รีวิวซีรีส์ The Light In Your Eyes เบื้องหลังหนักอึ้งด้วยประเด็นดราม่าที่จัดจ้าน และนี่คืองานที่หักหลังผู้ชมอย่างเจ็บแสบที่สุดเรื่องหนึ่งที่เคยเจอมาไม่ต่างจากโดนกระโดดถีบหน้าหงายหลังแต่มันคือความงดงามที่อยู่เบื้องหลังความเป็นแฟนตาซีที่เล่นกับเวลามันคือความทรงจำที่สวยงามที่ซีรีส์เรื่องหนึ่งมอบให้ผู้ชมได้เพราะแม้ผู้ชมจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่ก็เสียน้ำตาชนิดนองอาบหน้าได้เช่นกันเรื่องนี้เรายอมรับว่ายากมากที่จะเรียบเรียงอักษรออกมาว่าเป็นเรื่องแนวไหน และยอมรับอีกเช่นกันว่ายากมากที่จะร้อยเรียงออกมาให้สวยงามสมบูรณ์เหมือนที่ตัวซีรีส์มอบให้ในความคิดจึงมีสองทางคือเขียนแบบเปิดเผยเนื้อหาไปเลยเพราะมันน่าจะสมบูรณ์กว่าแต่ถึงที่สุดแล้วจึงตัดสินใจเขียนแบบไม่เปิดเผยเนื้อหาที่สำคัญเพราะเรื่องนี้หากรู้จุดจบโดยที่ไม่ได้ดูเองและไม่ได้เสพซึ้งถึงความหมายและประเด็นที่คมคายตามรายทางก่อนถึงจุดนั้น ที่รับประกันว่าน่าเสียใจอย่างสุดซึ้ง ดังนั้นผู้เขียนจึงต้องเขียนออกมาเท่าที่จะเขียนได้ ข้อมูลซีรีส์ The Light In Your Eyes ผู้กำกับ : คิมซอกยูน ผู้เขียนบท…
อ่านเพิ่มเติม
รีวิวหนัง : The Girl on a Bulldozer

รีวิวหนัง : The Girl on a Bulldozer

แนะนำหนัง The Girl on a Bulldozer หนังเรื่อง The Girl on a Bulldozer เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกของผู้กำกับ พัคอีอุง ที่มีประสบการณ์การทำงานมากมายอีกด้วย โดยเขาได้เขียนบทภาพยนตร์ด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของผู้คนที่ทำหน้าที่ในหน่วยงานราชการและขับรถเครื่องจักรขนาดใหญ่ และสนใจเกี่ยวกับตัวละครที่ถูกถ่ายทอดในมุมมองที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับเรื่องราวในสังคม ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเรื่องราวที่มีความสมจริงเป็นหลักไปสู่ความเห็นอกเห็นใจในเรื่องความตรงต่อเวลาในปัจจุบันมากขึ้น เรื่องย่อหนัง The Girl on a Bulldozer เรื่องราวของ ฮเยยอง (คิมฮเยยุน) เด็กสาววัย 19 ปีที่ถูกใส่ความเรื่องการใช้ความรุนแรง และผู้พิพากษาไม่สามารถลดหย่อนโทษได้ จึงตัดสินให้ลงโทษเธอโดยให้อบรมเรื่องการปรับพฤติกรรมความรุนแรงเป็นเวลา 10 ชั่วโมง และฝึกวิชาชีพอีก 40 ชั่วโมง ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันพ่อของเธอที่ทำงานในร้านอาหารจีนก็ได้ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ ฮเยยอง ต้องทำงานเลี้ยงดู ฮเยจอก น้องคนเล็กอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ทว่าอยู่มาวันหนึ่งพ่อของเธอได้กลายเป็นผู้ป่วยที่ตกอยู่ในสภาวะสมองตายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่น่าสงสัย หลังจากนั้นฮเยยองก็ถูกขับไล่ออกจากบ้าน ทำให้เธอต้องดูแลน้องและค้นหาความลับที่พ่อของเธอปิดบังเอาไว้ ซึ่งเธอต้องแก้ไขปัญหาต่างๆด้วยตัวคนเดียว แต่คนร้ายที่เธอต้องรับมือไม่ใช่บริษัทประกันภัยแต่เป็นมิจฉาชีพที่ฉ้อโกงประกัน ซึ่งฮเยยองไม่มีทางเลือกและเธอต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายครั้งใหญ่ รีวิวหนัง…
อ่านเพิ่มเติม
รีวิวหนัง : Bear Man (2023) อุงนัมกับอุงบก สองมนุษย์หมี จากคู่แฝดสู่คู่ฟัด

รีวิวหนัง : Bear Man (2023) อุงนัมกับอุงบก สองมนุษย์หมี จากคู่แฝดสู่คู่ฟัด

Bear Man เป็นภาพยนตร์เกาหลีแนวตลกแอคชั่นอาช ผลงานเดบิวต์ผู้กำกับของนักแสดงตลก พัคซองกวัง เป็นหนังแนวต้นทุนต่ำอีกเรื่องที่สามารถขายขำได้สมชื่อพัคซองกวัง บันเทิงด้วยเรื่องราวและลีลานักแสดงที่กระตุกต่อมฮาได้ดี ไม่ว่าจะเป็นตัวยืนหลักอย่าง พัคซองอุง ,อีอีคยอง ยันทีมสมทบทุกคนต่างช่วยกันขโมยซีนฮาคนละเล็กละน้อยตลอดเรื่อง ดังนั้นถ้าคุณตัดสินใจมาดูเรื่องนี้ก็จะการันตีให้ว่า ได้พักเบรคคลายเครียดแน่นอนค่ะ เรื่องย่อ : เมื่อศูนย์วิจัยหมีควายของสถาบันชีววิทยาศาสตร์แห่งชาติ พบว่าลูกหมีควายแฝด 2 ตัว อุงนัมกับอุงบก หายไปจากสายตา หลังไปซุกซนกินกระเทียมและจิงจูฉ่ายของชาวบ้าน นักวิจัยนาบกชอน (โอดัลซู) จึงออกตามหา และไปพบว่าลูกหมีหนึ่งตัวกลายเป็นเด็กน้อยหลบอยู่ในถ้ำ จึงนำกลับมาเลี้ยงเพราะภรรยาของเขา จางคยองซุก (ยอมฮเยรัน) กำลังอยากมีลูกพอดี 25 ปีผ่านไป หมีอุงนัมจึงโตมาเป็น นาอุงนัม (พัคซองอุง) เขาเป็นหนุ่มร่างใหญ่ที่ดูเป็นมิตรมาก เรียวแรงดี จมูกไว หูไวเป็นพิเศษตามสัญชาตญาณ แต่ก็จะทึ่มๆ เงอะงะบ้าง ความจำแย่หน่อย และกินจุมาก ก่อนหน้านี้ นาอุงนัมเคยเป็นตำรวจจราจรที่มีผลงานดี ทำงานด้วยจมูกดมกลิ่นอย่างแม่นยำ แต่ตอนนี้ออกมาว่างงานอยู่ ในขณะที่ ลูกหมีอีกตัว อุงบก…
อ่านเพิ่มเติม
รีวิวหนัง : My Worst Neighbor (2023) คู่กัดข้างห้อง…คู่รักข้ามผนัง

รีวิวหนัง : My Worst Neighbor (2023) คู่กัดข้างห้อง…คู่รักข้ามผนัง

My Worst Neighbor เป็นภาพยนตร์เกาหลีแนวโรแมนติก คอมเมดี้ รีเมคจากหนังฝรั่งเศสเรื่อง Blind Date ปี 2015 ซึ่งเคยรีเมคเป็นหนังสเปนไปแล้วครั้งหนึ่งในปี 2022 ครั้งนี้ได้ อีอุชอล ผู้กำกับจาก The Hunt (2016) มาดูแล เป็นเรื่องราวของหนึ่งชายหนึ่งหญิงอาศัยอยู่คนละตึกบังเอิญที่ห้องมาติดกัน โดยมีผนังกลวงๆกั้นไว้ แต่ไม่สามารถกั้นเสียงที่ดังข้ามห้องไปมาได้ ยิ่งทั้งคู่มีกิจกรรมที่ก่อเสียงดังทั้งคู่ด้วย จึงเป็นที่มาเรื่องราวให้เราติดตามดูความเป็นไปของปฏิสัมพันธ์ที่เข้าสูตรของรักวิวาทะหรือ Hate-to-Love โดยที่ทั้งคู่ไม่เคยได้เห็นหน้าเห็นตากันเลย! เรื่องย่อ : เรื่องราวของ อีซึงจิน (อีจีฮุน) นักดนตรีหนุ่มที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จกำลังเก็บตัวออดิชั่น ย้ายของเข้ามาอยู่ห้องข้างๆ ฮงรานี (ฮันซึงยอน) หญิงสาวคนหนึ่งที่มีนิสัยชอบเก็บตัวเพราะโรคที่เธอเป็น แต่ปัญหาดันเกิดขึ้น เพราะกำแพงห้องบางมาก จนแต่ละฝ่ายสามารถได้ยินเสียงกิจกรรมระหว่างวันของกันและกันได้ ทำให้ทั้งคู่ต้องตกลงแบ่งเวลากันใช้ห้อง จนเกิดเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ความรักที่ไม่คาดคิดของเพื่อนบ้านที่เลวร้ายที่สุดจะบรรลุผลหรือไม่? ไปติดตามกันต่อได้ทาง Viu รีวิวหนัง : ตัวหนังเน้นการเล่าเรื่องเฉพาะอพาร์ทเมนต์เป็นหลัก ทำให้เซ็ตติ้งส่วนใหญ่ เป็นการเล่าเรื่องราวในห้องของทั้งสองคน ที่ถึงแม้จะอยู่ต่างห้องกัน…
อ่านเพิ่มเติม
รีวิวหนัง :  A Single Rider (2017) ทางเดินที่โดดเดี่ยว

รีวิวหนัง : A Single Rider (2017) ทางเดินที่โดดเดี่ยว

เรื่องย่อ : เรื่องราวของ คังแจฮุน (อีบยองฮอน) ชายที่ตกอยู่ในภาวะกราฟชีวิตร่วง เรื่องราวๆ แย่กำลังถาโถม เริ่มต้นจากเรื่องงาน เขาเป็นผู้จัดการในบริษัทบริหารเงินลงทุนแห่งหนึ่ง ไต่เต้ามาด้วยผลงานที่ประสบความสำเร็จ เขาทำยอดขายได้สูงเพราะความสามารถและความน่าเชื่อถือ สามารถชักชวนลูกค้า เพื่อนฝูงมาลงทุนกับบริษัทได้มาก รวมทั้งเงินลงทุนของเขาเอง แต่แล้วจู่ๆวันหนึ่งบริษัทก็ล้มกระทันหัน ชีวิตตัวเองก็คือพังทลาย และยังต้องรับมือกับการรุมประณามอย่างเคืองแค้นของเหล่าลูกค้าที่สูญเงินอีกด้วย สุดจะทนกับชีวิตตกอับ ในด้านชีวิตส่วนตัว เขามีครอบครัวที่รัก ลูกชายอยู่ในวัยประถม ถูกส่งไปเรียนอยู่ออสเตรเลียโดยมีภรรยา (กงฮโยจิน) เป็นผู้ติดตามไปดูแลอยู่ที่นั่นด้วยกันมาหลายปีแล้ว เมื่อชีวิตงานล่มไม่เป็นท่าแจฮุนจึงคิดจะไปเยี่ยมลูกเมียสักครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เคยได้นัดแนะจะเจอกันแต่ถูกเลื่อนมาหลายครั้งแล้ว เขาคงกำลังมีอารมณ์แบบคนสิ้นหวังที่อยากเจอครอบครัวที่รัก มีคนปลอบประโลมใจ ยังไม่ทันที่เขาจะได้ปรากฏตัวต่อหน้าลูกเมีย ก็ต้องเจอ surprise กับตัวเองซะก่อน เป็นภาพที่ทำร้ายจิตใจอันบอบช้ำ ซ้ำเข้าไปอีก คือเขาบังเอิญแอบเห็นภรรยาหยอกล้อสนิทสนมกับหนุ่มเพื่อนบ้านที่มีลูกสาววัยเดียวกับลูกชายของตน สนิทกันในระดับที่มากเกินแค่คำว่าเพื่อนบ้าน ในขณะเดียวกัน หนังสร้างอีกเส้นเรื่องคู่กันมา ให้คังแจฮุนได้พบกับ จีน่า (อันโซฮี) เด็กสาววัยรุ่นชาวเกาหลีที่ออสเตรเลียโดยบังเอิญ เธอถูกมิจฉาชีพหลอกลวงเงินไปหมดตัว ไม่รู้จะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรกลับเกาหลีก็ไม่ได้จึงขอให้แจฮุนช่วยเหลือ รีวิวหนัง : การเดินเรื่องก็เป็นไปแบบเรื่อยๆ ดูเหมือนเรียบๆ…
อ่านเพิ่มเติม
รีวิวภาพยนตร์ : One Day (2017) วันสุดท้าย

รีวิวภาพยนตร์ : One Day (2017) วันสุดท้าย

เรื่องย่อ : เรื่องราวของ คังซู (คิมนัมกิล) พนักงานบริษัทประกันที่เพิ่งเจอกับข่าวร้ายในการสูญเสีย ซอนฮวา (อิมฮวายอง) ภรรยาของเขา และได้ทิ้งบาดแผลทางใจไว้ เพราะเขาคิดว่าเป็นเพราะตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ภรรยาต้องตาย ซึ่งตัวคังซูเองกลับไม่กล้าแม้แต่จะไปงานศพของเมียตัวเอง ได้แต่เพียงทำตัวให้งานยุ่งเข้าไว้เพื่อลืมเรื่องทั้งหมด จนเมื่อคังซูมาทำงานก็ได้รับทำคดีที่ไม่มีใครสามารถไกล่เกลี่ยได้ต้องใช้ยอดฝีมืออย่างเขาคือ คดีอุบัติเหตุรถชนที่เหยื่อเป็นผู้พิการบกพร่องทางสายตา ดันมีโซ (ชอนอูฮี) และนอนโคม่าอยู่ที่คู่กรณีมีอิทธิพลกับบริษัทและบริษัทพยายามปิดคดีให้เป็นการฆ่าตัวตาย กระนั้นเมื่อคังซูได้รับทำคดีที่น่าจะง่ายสำหรับเขาเพราะทิศทางของเหตุการณ์ไปในทางนั้นแต่เขาดันไปเห็นวิญญาณของดันมีโซที่สามารถมองเห็นเขาและเขามองเห็นเธอ แล้วดันมีโซในฐานะวิญญาณที่เพิ่งได้เห็นโลกเป็นครั้งแรกก็ได้ขอให้ชายผู้หัวใจสลายจนสิ้นอย่างคังซูพาเธอไปเปิดหูเปิดตา แล้วการที่หนึ่งคนกับหนึ่งวิญญาณได้เป็นเพื่อนกันได้พูดคุยกันก็ทำให้คนที่หัวใจสูญสิ้นไปแล้วได้หัวใจคืนมาทีละน้อยจนทำให้อีกังซูไม่ยอมจบคดีอย่างที่บริษัทต้องการ ทำให้เขาต้องคลี่คลายปมชีวิตของดันมีโซโดยที่ไม่รู้ตัวว่าดันมีโซก็กำลังคลี่คลายปมชีวิตของเขาเช่นกัน รีวิวหนัง : หนังค่อยๆ เล่าแบบตรงๆ ไม่ซับซ้อนแต่มีจุดพลิกผันมีจุดหักเหให้ได้รู้สึกและฉุกคิดโดยไม่บีบไม่เร่งไม่เร้า ในความเป็นหนังดราม่าทุกเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนโดยมากคนดูจะชินกับอาการเร้าความรู้สึกจะมากน้อยก็มักสัมผัสได้ แต่เรื่องนี้การที่บทหนังตั้งใจมาเนิบช้าค่อยๆ บอกกับคนดูทีละนิดที่จะว่าละเอียดยิบก็ไม่ขนาดนั้นแต่แม้จะเป็นเช่นนั้นหนังยังเล่าได้ครบใจความจนรู้สึกไปกับสิ่งที่เห็นได้ แล้วการเล่าเรื่องที่ไปตรงๆ ที่ดูเหมือนตรงแต่ความจริงเล่าจากที่ไปเพื่อไปหาที่มานั้นคือเล่าจากผลไปสู่เหตุโดยที่จุดเปลี่ยนทางหัวใจที่ไม่เห็นการเร่งหรือบีบแต่ค่อยๆ เป็นไปกลับสัมผัสได้เพราะทุกอย่างล้วนมาจากความรู้สึก เช่นรู้สึกหม่นโศกไปกับคังซูในตอนต้นและค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาได้จนกระทั่งรู้สึกดีที่เขากลับมามีหัวใจเพราะจากที่ใบหน้าท่าทางเหมือนซากศพเดินได้กลายมาเป็นมีชีวิตมีรอยยิ้ม ที่น่าทึ่งคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เป็นเช่นนั้นคนดูกลับไม่รู้สึกว่าตั้งใจใส่เพื่อเป็นจุดเปลี่ยนแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์ได้อย่างเนียนๆ และที่น่าทึ่งขึ้นไปอีกคือเมื่อถึงบทสรุปคนดูจะไม่กังขาเพราะว่าเข้าใจและรู้สึกแบบนั้นมาก่อนแล้ว การแสดงที่จัดจ้านปานกระจกสะท้อนของมุมมองชีวิตที่แม้จะมีเพียงสองคนแต่บอกเล่าได้ครบทุกกระบวน หนึ่งมนุษย์ที่สูญสิ้นพลังชีวิตกับหนึ่งวิญญาณที่เพิ่งได้ใช้ชีวิตได้สัมผัสกับสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ไม่ต่างจากกระจกสะท้อนมุมมองของชีวิต แน่นอนคนที่ได้ผ่านความทรมานในการใช้ชีวิตช่วงหนึ่งจนถึงขั้นสูญเสียที่กลายเป็นตราบาปติดหัวใจและยอมรับไม่ได้กับชีวิตที่ยังหายใจอยู่ ในมุมนี้คิมนัมกิลคือกระจกในมุมความหม่นโศกได้อย่างไร้ที่ติเพราะตั้งแต่เปิดคนดูจะโศกไปกับเขาและค่อยๆ ดีขึ้นและสุดท้ายเข้าใจไปกับเขา ส่วนในมุมสวยใสในการมองโลกได้เห็นโลกเป็นครั้งแรกเพราะการอยู่ในโลกมืดมาทั้งชีวิตล่วงเลยไปจนถึงความเข้าใจในมุมของคนอยู่ที่ต้องเจ็บปวดทรมาณไม่ต่างจากคนป่วย ในมุมนี้ชอนอูฮีก็คือกระจกด้านสวยใสอย่างไร้ที่ติเช่นกันเพราะคนดูจะรู้สึกดีรู้สึกมีพลังชีวิตเมื่อได้เห็นและการที่ได้รับฟังบทสนทนาของเธอกับตัวละครของคิมนัมกิล ซึ่งแม้จะมีเพียงสองคนที่กุมความรู้สึกคนดูเพราะตัวละครอื่นๆ เป็นเหมือนเครื่องเคียงในสำรับแต่แค่สองคนก็สามารถสื่อสารสิ่งที่ต้องการสื่อได้ครบถ้วน โดยสรุปแล้ว One Day นี่คือหนังดราม่าจัดๆ…
อ่านเพิ่มเติม
รีวิวหนัง : Long live the king (2019)

รีวิวหนัง : Long live the king (2019)

เรื่องย่อ : เรื่องราวของ จางเซชอล (คิมแรวอน) เขาเป็นหัวหน้าแก๊งค์มาเฟียคนดังแห่งเมืองมกโพ นอกจากงานบริหารธุรกิจอบายมุข เช่นไนท์คลับ ร้านตู้เกมแล้ว ก็รับจ๊อบใช้กำลังข่มขู่ เช่นงานสลายม็อบ ในวันที่เขาไปสลายม็อบชุมนุมประท้วงของชาวบ้านชาวค้าตลาดมกโพ ที่ต่อสู้รักษาสิทธิ์ที่ดินทำมาหากินมิให้ถูกเวนคืนกลายเป็นศูนย์การค้าและสวนสนุกแห่งใหม่ของเมือง เขาได้เจอ คังโซฮยอน (วอนจินอา) ทนายอาสาที่เข้ามาช่วยชาวบ้าน ที่ทำให้เขาสะดุดรักแรกพบและยังประทับใจยิ่งกับความใจเด็ดของโซฮยอน สาวตัวเล็กมือหนักที่กล้าตบหน้านักเลงแบบเขา พร้อมต่อว่าสั่งสอนเขาจนเขายอมแพ้ใจ ถอนกำลังกลับในวันนั้น และนำมาซึ่งความมุ่งมั่นจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนดี เลิกอาชีพนักเลง ขายบาร์ทิ้ง เพื่อเอาชนะใจโซฮยอน ซึ่งก็ยังไม่เห็นแววเลยแม้จะผ่านมาสามเดือนแล้วก็ตาม จางเซชอล ได้บังเอิญพบว่าเขายังพอมีหวัง เพราะมีอดีตนักเลงเก่าที่กลับตัวกลับใจแล้วกลายเป็นคนดีมีประโยชน์กับสังคมได้ คือ ฮวังโบยุน (ชเวมูซอง) ปัจจุบันเป็นประธานมูลนิธิสวัสดิการมกโพ บริหารร้านอาหารเพื่อคนจนได้อิ่มท้องในราคาเพียง 1,000 วอนเท่านั้น โดยอาศัยน้ำใจร่วมด้วยช่วยกันแบ่งปันวัตถุดิบต่างๆ จากชาวเมืองมกโพเอง เซชอลจึงพยายามเข้าหาฮวังโบยุนเพื่อขอเรียนรู้ และยึดเป็นแบบอย่าง แต่ก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เส้นทางการพิสูจน์ความจริงใจ ความตั้งใจจึงได้เริ่มต้นขึ้น! รีวิวหนัง : การดำเนินเรื่องของหนังเป็นความดราม่าปนตลก มีฉากแอคชั่นชวนตื่นเต้นอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก การเล่าเรื่องทำได้น่าติดตามหนังยาวเกือบสองชั่วโมงแต่ถือว่าเอาอยู่ เพราะดราม่าของหนังเองก็ผูกปมได้ดี เป็นดราม่าของตัวละคร…
อ่านเพิ่มเติม
รีวิวหนัง : Killing Romance (2023) แผนสังหารสุดปั่น

รีวิวหนัง : Killing Romance (2023) แผนสังหารสุดปั่น

เรื่องย่อ : บอกเล่าเรื่องราวของ ฮวังยอแร (อีฮานี) นักแสดงสาวชื่อดังผู้โดนวิจารณ์เรื่องการแสดงอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งเธอได้พบและแต่งงานกับ โจนาธาน (อีซอนคยุน) มหาเศรษฐีเจ้าของกลุ่มบริษัทที่ช่วยเธอเอาไว้ราวกับโชคชะตาบนเกาะควาลาที่อยู่ทางตอนใต้ของแปซิฟิก เธอจึงอำลาวงการเพื่อหลีกหนีจากความเป็นจริงและเริ่มใฝ่ฝันถึงชีวิตใหม่ ในขณะเดียวกัน คิมบอมอู (กงมยอง) เพื่อนบ้านของฮวังยอแรผู้ดิ้นรนสอบเข้ามหาวิทยาลัยโซลตามธรรมเนียมของครอบครัวมาแล้วถึง 3 ครั้ง เขาได้พบว่านักแสดงสาวที่คลั่งไคล้ย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ ทำให้เขาตื่นเต้นและมีความสุขที่ได้พบเจอเธอ แต่ทว่าวันหนึ่งฮวังยอแรเริ่มเบื่อหน่ายในการเป็นหุ่นเชิดเพื่อขยายธุรกิจของโจนาธาน เธอจึงขอความช่วยเหลือจากคิมบอมอูในการวางแผนสังหารสุดปั่น เพื่อหวังจะกลับมาเฉิดฉายในวงการแสดงอีกครั้งอย่างสมบูรณ์แบบและน่าตื่นเต้นที่สุด รีวิวหนัง : ตัวหนังเหมือนจะรั่วและล้นเพราะหนังตั้งใจมาไร้สาระให้คนดูได้จับสาระได้ภาพที่เห็นจึงคล้ายกับเป็นความรั่วเรื้อนเหมือนเป็นอะไรของมันก็ไม่รู้ แต่ความจริงทิศทางของหนังถือว่าชัดในความเป็นหนังตลกร้ายที่มาเพื่อให้ตลกโปกฮามากกว่าคร่ำเคร่งเพียงแต่ความตลกมันจะมีอะไรแอบแฝงไป หน่อย ซึ่งมันคือความบันเทิงเมื่อบทหนังเสนอสิ่งที่ย้อนแย้งกันแทบทุกเรื่องทั้งในส่วนของสถานการณ์และตัวละครทั้งสามคนคือฮวังยอแรที่เป็นนักแสดงฝีมือห่วยๆ แต่ดันดัง หรือภาพของโจนาธานที่เหมือนเป็นเทพบุตรคลั่งรักแต่ความจริงก็คือซาตานที่จะกักขังนกน้อยที่สวยงามไว้ชื่นชมคนเดียว และภาพของคิมบอมอูที่เหมือนจะไม่มีดีอะไรแต่ก็มีอะไรลึกๆแล้วหนังก็เอาเรื่องเหล่านี้มาเล่นแบบเลอะๆ ได้อย่างสุดบันเทิงเมื่อไอ้ขี้แพ้จะชนะใจสาวที่เป็นนักแสดงในดวงใจด้วยการฆ่าสามีเธอ ผลที่ออกมาจึงพาความตลกจนน้ำตาเล็ดตั้งแต่ต้นจนจบที่มาพร้อมสีสันที่ฉูดฉาดเข้ากันดีที่กับการเล่าเรื่องที่ล้นๆ แต่ก็ทำให้หนังออกมาบันเทิง ดูเพลินดี หากใครดูจบแล้วเราจะได้หลายฟิล มีความแฟนตาซีจากโทนแฟรีเทล มีความตลกจากคาแรคเตอร์ตัวละครที่แสดงเว่อร์เกินจริงให้สะดุดตาแบบงานละครเวที องค์ประกอบฉากเรียบง่ายน้อยสิ่ง เพื่อยิงสปอตไลต์ได้ชัด มีความบันเทิงของลีลาละครเพลง ซึ่ง อีฮานี ร้องเพลงได้เพราะมาก เนื้อหาเพลงคัดมาอย่างดี ถ่ายทอดเรื่องราวในจิตใจ  อีซอนคยุน ก็เล่นได้ดี บวกคาแรคเตอร์ที่ออกแบบมามีความสะดุดตามาก เสื้อผ้าหน้าผมและหนวดปลอมเพิ่มบารมีน่าเกรงขาม…
อ่านเพิ่มเติม
รีวิวหนัง : A Man of Reason (2022)

รีวิวหนัง : A Man of Reason (2022)

เรื่องย่อ : ในวันที่นักเลง ชเวซูฮยอก (จองอูซอง) ได้รับอิสรภาพจากโทษต้องขัง 10 ปีออกมา เขาตรงไปหาแฟนสาว พร้อมแหวนที่ยังไม่มีโอกาสได้ขอเธอแต่งงานก็ดันติดคุกไปเสียก่อน พกพาความสำนึกผิดอยากใช้ชีวิตใหม่ร่วมกับเธอ และเขาก็เพิ่งได้รู้จาก คิมมินซอ (อีเอลลียา) แฟนของเขาว่า ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน คือ อินบี (รยูจีอัน) อายุ 10 ขวบ ซึ่งมินซอเองก็รู้ตัวว่าท้องหลังซูฮยอกเข้าคุกไปแล้ว และมินซอจะให้โอกาสซูฮยอกได้เป็นพ่อก็ต่อเมื่อเขากลับตัวเป็นคนดีแล้ว เพื่อการนั้นซูฮยอกต้องกลับไปบอกลาบอสของเขา พัคอึงกุก (พัคซองอุง) ซึ่งตอนนี้ได้ดิบได้ดีในคราบนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใหญ่โต ส่วนหนึ่งก็มาจากความภักดีและการทุ่มสุดตัวของซูฮยอกเมื่อ 10 ปีก่อน หัวหน้าจึงไม่ยอมปล่อยเขาออกจากแก๊งไปง่ายๆ ยิ่งมีความตั้งใจเดิมรอเขากลับมาอยู่ด้วยกันแล้วด้วย แต่นาทีนี้แม้แต่เงินก้อนโตก็ไม่สามารถรั้งซูฮยอกไว้ได้แล้ว คังซองจุน (คิมจุนฮัน) ที่รับคำสั่งนายมาจับตาดู ซูฮยอก นั้น จึงฉวยโอกาสสั่งให้อูจินและจินอาไปตามเก็บซูฮยอกซะเลย ทำให้เรื่องราวบานปลาย ซูฮยอกผู้ต้องการวางมือหวังเพียงชีวิตใหม่ที่สงบๆ กลับถูกบีบคั้นให้ต้องระห่ำอีกครั้ง เพื่อปกป้องคนที่รักให้ได้ถึงที่สุด รีวิวหนัง : พล็อตเรื่องเล่าแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อนไม่เล่นใหญ่ เรื่องจึงมาในเค้าโครงง่ายๆ คือนักเลงกลับใจต้องการใช้ชีวิตปกติแต่ชีวิตเก่าในอดีตไม่ยอมให้ปกติ…
อ่านเพิ่มเติม
รีวิวซีรีย์ : Wednesday Club (2023) คนกลางแล้วไง

รีวิวซีรีย์ : Wednesday Club (2023) คนกลางแล้วไง

มาใหม่มาแรง! สำหรับซีรีย์แนววัยรุ่นเรื่องใหม่อย่าง Wednesday Club คนกลางแล้วไง ที่บอกเล่าเรื่องรางของเหล่าลูกคนกลางที่มักจะโดยละเลยจากครอบครัวอยู่เสมอ และเรื่องราวในชีวิตของพวกเขาที่ไม่มีใครอยากให้ถูกเปิดเผย นำแสดงโดย โอม ภวัต, นานิ หิรัญกฤษฎิ์, ภูวิน ภูวินทร์, เค เลิศสิทธิชัย, จุง อาเชน, ฟิล์ม รชานันท์, พิพลอย กัญญรัตน์ และ สตางค์ กิตติภพ กำกับโดย เค-ไชยณรงค์ แต้มพงษ์ ผลิตโดย จีเอ็มเอ็มทีวี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ที่ VIU เวลา 22.30 น. เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2566 เรื่องย่อ : Wednesday Club ถูกก่อตั้งขึ้นโดย…
อ่านเพิ่มเติม